ยินดีต้อบรับสู่โลกเยอรมันนี

ก้าวข้ามเวลา กับเรื่องราวในอดีต

ประวัติศาสตร์อันยาวนาน

เเละยังคงยืนหยัด ตระการมาถึงทุกวันนี้

เรื่องราวในอดีต

ที่จะเป็นทั้งบทเรียน เเละบทป้องกันไม่ให้อนาคตได้ทำผิดพลาดอีก

คน สัตว์ สิ่งของ

ยืนยันจากเหตุการณ์ ว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า

วัฒนธรรม ความเป็นอยู่

คือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เพื่อให้อยู่รอดอย่างมีความสุข

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษาเยอรมัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษาเยอรมัน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568

Das Modalverb กริยาช่วยในภาษาเยอรมัน

        


Das Modalverb

Modalverb จัดอยู่ในพวกคำกิริยาช่วย (Hilfsverb) ใช้คู่กับ Infinitiv เสมอ โดยวางตำเเหน่งดังนี้

    -     Modalverb อยู่ตำเเหน่งที่ 2 ของประโยค ผันกิรยาตามประธาน

    -     Infinitiv อยู่ท้ายประโยค



การผัน Modalverb

Präsens (รูปปัจจุบัน)



Präteritum (รูปอดีต ในภาษาเขียน)

สรุปภาพรวม



ข้อสังเกต

        Modalverb "möchten" ใช้ในความหมายว่า  อยาก / อยากจะ ไม่มีรูป Präteritum เมื่อต้องการเเสดงถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไปเเล้ว ให้ใช้รูป Präteritum ของ '' wollen '' เเทน เช่น

                            Ich möchte in den Ferien jobben.  ( ฉันอยากจะทำงานในช่วงปิดเทอมนี้)

                            Letztes Jahr wollte ich jobben, aber ich konnte nicht. 

                        ( เมื่อปีกลายฉันอยากหางานทำเเต่ฉันไม่สามารถทำได้)

Perfekt ของ Modalverb มีรูปตามไวยากรณ์ ดังนี้

                        กิริยาเเท้       haben +  Partizip II
                         Früher  habe  ich  Französisch gekonnt.( เเต่ก่อนนี้ฉันพูดภาษาฝรั่งเศสได้)
                         Das  hat er schon immer gewolt.  ( เขาต้องการสิ่งนี้เสมอมา )


                        กิริยาช่วย      haben +  Infinitiv  + Modalverb
                        Den Albtraum  hat er nie vergessen können. (เขาไม่อาจลืมฝันร้ายครั้งนั้นได้เลย)

    อย่างไรก็ตาม เมื่อใช้ Modalverb ในการเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านไปเเล้ว จะนิยมใช้ Präteritum  มากกว่า Perfekt เช่น

                    Früher  konnte er Französisch .

                    Den Albtraum  konnte er nie vergessen.


 เเหล่งข้อมูล ; ไวยากรณ์ภาษาเยอรมัน / อ.ศรีนันทา ศิลปสวัสดิ์


วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567

การออกเสียงสระในภาษาเยอรมัน


 สระเบื้องต้นที่ควรทราบมี 5 เสียงคือ

a,e,i,o,u

1.     a เสียงนี้มีสองลักษณะ คือ อะ(Kurzes A- เสียงสั้น) หรือ  อา(Langes A-เสียงยาว)

    เมื่อไหร่จะออกเสียงสั้น หรือเสียงยาวให้สังเกตดังต่อไปนี้ เช่น

1.1    a  ออกเสียงยาว ให้เสังเกตการเขียนคำ ดังนี้

    คำที่เขียนด้วย a เช่น baden (บาเด็น)

    คำที่เขียนด้วย ah เช่น Bahn (บาห์น)

    คำที่เขียนด้วย aa เช่น Staat (ชทาท)

1.2 a ออกเสียงสั้น ให้สังเกตการเขียน ดังนี้

    หลัง a มีตัวสะกดเช่น

    Klasse (คลัสเซ)

    an (อัน)

    ab (อับ)

    das (ดัส)

เทคนิคการออกเสียง a  ทำลิ้นตรง เปิดขากรรไกรให้กว่าง เเล้วเปล่งเสียง อะ หรือ อา

2.     e เสียงนี้มีสามลักษณะคือ 

    เอะ (kurzes offenes E-เสียงเปิดสั้น)

    เอ (langes geschlossenes E-เสียงปิดยาว) 

เมื่อไรจะออกเสียง สั้นหรือเสียงยาวให้สังเกตดังต่อไปนี้ เช่น

2.1 e-เสียงเปิดสั้น ให้สังเกตการเขียนคำ ดังนี้

   - คำที่เขียนด้วย e เเล้วมีตัวสะกดเป็นอักษรเดี่ยวหรืออักษรคู่ เช่น stellen (สเท็ลเล็น),es (เอ็ส),wenn (เว็นน์)

    -คำที่เขียนด้วย ä  เเล้วมีตัวอักษร f เป็นตัวสะกด เช่น kräftig (เคร็ฟทิก)

2.2 e- เสียงเปิดยาว ให้สังเกตการเขียนคำ ดังนี้

    คำที่เขียนด้วย ä เเล้วมีตัวอักษร t เป็นตัวสะกดเช่น spät(สเพท)

    คำที่เขียนด้วย äh เช่น  zählen (เซเล็น)

2.3 e-เสียงเปิดยาว ให้สังเกตการเขียนคำ ดังนี้

    คำที่เขียนด้วยe เเล้วมี  g เป็นตัวสะกด เช่น Weg(เวก)

    คำที่เขียนด้วย ee เช่น Tee (เท),See (เซ)

    คำที่เขียนด้วย eh เช่น sehen (เซเฮ็น)

เทคนิคการออกเสียง e

กระดกปลายลิ้นเล็กน้อย เปิดขากรรไกร (ไม่กว้างเหมือนเสียง a) เเละสำหรับเสียง e- เสียงเปิดยาวให้เปิดขากรรไกรให้กว้างขึ้นอีกเล็กน้อย

3.    i เสียงนี้มีสองลักษณะคือ

    อิ(Kurzes i- เสียงสั้น) หรือ อี( Langes i-เสียงยาว)

เมื่อไหร่จะออกเสียง สั้นหรือเสียงยาวให้สังเกตดังต่อไปนี้ เช่น

3.1 i ออกเสียงยาว ให้เสังเกตการเขียนคำ ดังนี้

    คำที่เขียนด้วย i ไม่มีตัวสะกด เช่น Kino (คีโน)

    คำที่เชียนด้วย ie เช่น Sieben

    คำที่เขียนด้วย Ih เช่น Ihnen (อีเน็น)

    คำที่เขียนด้วย ichเช่น Beziehung (เบซีฮุ่ง)

3.2 i ออกเสียงสั้น ให้สังเกดการเขียน ดังนี้

    หลัง i มีตัวสะกด เช่น Bitte (บิทเท) in (อิน)  bis (บิส)

4.  O เสียงนี้มีสองลักษณะคือ

    โอะ (Kurzes O-เสียงสั้น ) หรือ โอ (Langes O-เสียงยาว)

เมื่อไหร่จะออกเสียงสั้น หรือเสียงยาว ให้สังเกตดังต่อไปนี้ เช่น

4.1 O (Langes O-เสียงยาว)

    คำที่เขียนด้วย O ไม่มีตัวสะกด เช่น Kino (คีโน)

    คำที่เขียนด้วย oh เช่น wohen (โวเน็น)

    คำที่เขียนด้วย oo เช่น Boot (โบท)

 4.2 (Kurzes O-เสียงสั้น ) ออกเสียงสั้น ให้สังเกตการเขียนดังนี้

    หลัง o มีตัวสะกดเดี่ยวหรือคู่ เช่น ob(อ๊บ) ,Otto (อ๊ทโท)

5. i เสียงนี้มีสองลักษณะคือ

5.1 u (Langes u-อู เสียงยาว)

    ไม่มีตัวสะกดหรือมีตัวสะกดเป็น ch เช่น Buch (บูค)

    คำที่เขียนด้วย uh เช่น Stuhl (สทูห์ล)

5.2 u (Kurzes u-อุ เสียงสั้น ) ออกเสียงสั้นให้สังเกตการเขียนดังนี้

    หลัง o มีตัวสะกดเดี่ยว หรือคู่ เช่น Suppe (ซุพเพ)





    



วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เเบ่งเพศอย่างไรในภาษาเยอรมัน

เพศในภาษาเยอรมัน (Geschlecht der Substantive )

ภาษาเยอรมันมีความสวยงาม เเละสุภาพ ไม่เชื่อดูสิ ว่าเขาเเบ่งสิ่งต่างๆในโลกนี้ออกเป็นสามเพศ
เเละให้ความสำคัญในเเง่ว่า การผันกริยา เติมคำขยาย อธิบายคำเเสดงเเทนประธาน ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องพยายามจำให้ได้ว่า สิ่งที่เรากำลังพูดถึง เป็นเพศไหน มาดูหลักเกณฑ์การช่วยจำเพศเบื้องต้นกันดีกว่า

จุดประสงค์ในการเรียนรู้

เพื่อให้เรารู้ว่าสิ่งไหน เป็นเพศอะไร
คำนาม
เพศ
der Mann
die Frau
das Kind
male
female
neuter



กฏทั่วไป

ในภาษาเยอรมันมี 3 เพศ:
  • männlich (ชาย)
  • weiblich (หญิง)
  • sächlich (กลาง)
 
เเต่ละเพศจะบ่งด้วยคำนำหน้า:
  • der สำหรับคำนามเพศชาย
  • die สำหรับคำนามเพศหญิง
  • das สำหรับคำนามเพศกลาง

คำนามไหนจะเป็นเพศไหน?
มีกฏว่า:
ไม่มีกฏตายตัว หรือเพียงเเค่เป็นสิ่งที่ยอมรับกันทั่วไป.
มีตย.การจำทั่วไปว่า บางอย่างที่เรารู้โดยพื้นฐานอยู่เเล้วว่าเป็นเพศไหน ก็จะเอาคำนำหน้าเพศนั้นไประบุเลย อาทิเช่น
  • der Mann (man)->     ส่วนใหญ่ ก็ต้องเป็นเพศชาย
  • die Frau (woman)-> ส่วนใหญ่ ก็ต้องเป็นเพศหญิง
  • das Mädchen (girl)->ส่วนใหญ่ ก็ต้องเป็นเพศหญิง เเต่ในภาษาเยอรมัน เลือกจะให้เป็นเพศกลางเเทน!
จึงอาจจะเรียกได้ว่า ในทางเเกรมม่าของภาษาเยอรมัน ไม่สามารถเป็นกฎตายตัวได้เหมือนกัน ว่าสิ่งนี้ต้องเป็นเพศนี้เเน่นอน

ตย.ที่สองคือ ศัพท์ทั้งหมดของคำที่เกี่ยวข้องกับมหาสมุทร หรือทะเลจะมีได้ทั้ง 3 เพศ:
  • der Ozean -> ชาย
  • die See     ->  ผู้หญิง
  • das Meer  -> กลาง
ดังนั้น หากจะเรียนภาษาเยอรมัน เราควรเรียน เเละท่องจำ เพศควบคู่ไปกับคำนามเลย เพื่อจะได้ชินกับ การเรียกเพศของคำนามนั้น เเต่อย่างไรก็ตาม ยังมีหลักการจำเกี่ยวกับเรื่องเพศ ที่ใช้กันเป็นส่วนใหญมาช่วยให้เราจำได้ดียิ่งขึ้น


DER - male nouns เพศชาย
1. วันทั้งหมด, เดือน เเละฤดูกาล 
  • der Montag (Monday)
  • der Mai (May)
  • der Winter (winter)
2. อาชีพเเละสัญชาติ ที่เราหมายถึงเพศชายเลย
  • der Arzt (หมอผู้ชาย)
  • der Student (นักเรียนชาย)
  • der Deutsche (ชายชาวเยอรมัน)
3. ชื่อ ยี่ห้อ รถ
  • der ICE (รถด่วนในเยอรมันนี)
  • der Mercedes (ยี่ห้อรถเมอร์ซิเดส)
  • der VW (ยี่ห้อรถในเยอรมัน)
4. บุคคลที่เรารู้คุ้นอยู่เเล้วว่าต้องเป็นเพศชายเเน่ๆ
  • der Mann (ผู้ชาย)
  • der Junge (เด็กผู้ชาย)
  • der Bruder (น้องหรือพี่ชาย)
5. ชื่อภูเขา เเละทะเลสาป
  • der Bodensee (ทะเลสาปโบเดนเซ)
  • der Mount Everest (ภูเขาเอวอร์เรต)
  • der Kilimandscharo (ชื่อยอดเขาในเเอฟริกา)
6. คำนามทั้งหมดที่ลงท้ายด้วย-ich, -ig, -ling
  • der Honig (น้ำผึ้ง)
  • der Teppich (พรม)
  • der Schädling (ศรัตรูพืช)
7. คำนามทั้งหมดที่ลงท้ายด้วย-el,-en, -er are male
  • der Wagen (รถ)
  • der Löffel (ช้อน)
  • der Becher (เเก้วกาเเฟ)

DIE - female nouns เพศหญิง
1. คำนามทั้งหมดที่ลงท้ายด้วย -heit, -keit, -schaft, -tät, -ung
  • die Freundschaft (ความเป็นเพื่อน)
  • die Freiheit (อิสรภาพ
  • die Wohnung (อาพาร์ทเมนส์)
2. คำนามทั้งหมดที่ลงท้าย-ik, -ade, -age, -enz, -ette, -ine, -ion, -ur are female
  • die Musik (เพลง
  • die Waage (ราศีตุลย์
  • die Nation (เชื้อชาติ)
3. ตัวเลขทั้งหมด
  • die Eins (หนึ่ง)
  • die Zwei (สอง)
  • die Drei (สาม)
4. คำนามที่ระบุ หรือรู้อยู่เเล้วว่าเป็นเพศหญิงเเน่นอน
  • die Frau (ผู้หญิง)
  • die Dame (ผู้หญิง)
  • die Tochter (ลูกสาว)
5. ชื่อดอกไม้ ต้นไม้ทั้งหมด
  • die Rose (ดอกกุหลาบ)
  • die Orchidee (กล้วยไม้)
  • die Palme (ปล์าม)
6. คำนามทั้งหมดที่ลงท้าย-ei, -ie, -ive, itis, isse are female
  • die Polizei (ตำรวจ)
  • die Linie (เส้น)
  • die Initiative (ความคิดริเริ่ม)
7. คำนามทั้งหมดที่ลงท้าย-e are female
  • die Ecke      (หัวมุม)
  • die Grenze (เขตเเดน)
  • die Decke   (เพดาน)

DAS - neuter nouns เพศรวม
1. คำนามทั้งหมดที่ลงท้าย -lein, -chen are neuter
  • das Fräulein (หญิงสาว)
  • das Mädchen (เด็กผู้หญิง)
  • das Kätzchen (ลูกเเมว)
2. ชื่อโรงเเรม ,คาเฟ่,โรงละคร
  • das Hilton (Hilton)
  • das Gewandhaus (โรงละครที่มีชื่อเสียงมากในเยอรมัน)
  • das Altwerk (pizza restaurant in Nideggen)
3.สีทั้งหมด
  • das Blau (สีน้ำเงิน)
  • das Rot   (สีเเดง)
  • das Gelb  (สีเหลือง)
4. คำกริยาที่ใช้เป็นคำนามทั้งหมด
  • das Lesen         (การอ่าน)
  • das Schreiben (การเขียน)
  • das Sehen        (การเห็น)
5. ชื่อเมือง,ชื่อประเทศ
  • das Deutschland (Germany)
  • das Italien   (Italy)
  • das Köln (Cologne)
6. คำนามทั้งหมดที่ลงท้าย-tum, -ment, -um, -ium, -nis are neuter
  • das Museum (พิพิธภัณฑ์)
  • das Datum (วันที่)
  • das Verhältnis (ความสัมพันธ์)
7. คำนามที่ขึ้นต้นด้วย  "Ge" and ending with "e"
  • das Gebäude (ตึก,อาคาร)
  • das Gefüge (โครงสร้าง)
  • das Gerede (ซุบซิบ,นินทา)