ยินดีต้อบรับสู่โลกเยอรมันนี

ก้าวข้ามเวลา กับเรื่องราวในอดีต

ประวัติศาสตร์อันยาวนาน

เเละยังคงยืนหยัด ตระการมาถึงทุกวันนี้

เรื่องราวในอดีต

ที่จะเป็นทั้งบทเรียน เเละบทป้องกันไม่ให้อนาคตได้ทำผิดพลาดอีก

คน สัตว์ สิ่งของ

ยืนยันจากเหตุการณ์ ว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า

วัฒนธรรม ความเป็นอยู่

คือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เพื่อให้อยู่รอดอย่างมีความสุข

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สระ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567

การออกเสียงสระในภาษาเยอรมัน


 สระเบื้องต้นที่ควรทราบมี 5 เสียงคือ

a,e,i,o,u

1.     a เสียงนี้มีสองลักษณะ คือ อะ(Kurzes A- เสียงสั้น) หรือ  อา(Langes A-เสียงยาว)

    เมื่อไหร่จะออกเสียงสั้น หรือเสียงยาวให้สังเกตดังต่อไปนี้ เช่น

1.1    ออกเสียงยาว ให้เสังเกตการเขียนคำ ดังนี้

    คำที่เขียนด้วย a เช่น baden (บาเด็น)

    คำที่เขียนด้วย ah เช่น Bahn (บาห์น)

    คำที่เขียนด้วย aa เช่น Staat (ชทาท)

1.2 a ออกเสียงสั้น ให้สังเกตการเขียน ดังนี้

    หลัง a มีตัวสะกดเช่น

    Klasse (คลัสเซ)

    an (อัน)

    ab (อับ)

    das (ดัส)

เทคนิคการออกเสียง a  ทำลิ้นตรง เปิดขากรรไกรให้กว่าง เเล้วเปล่งเสียง อะ หรือ อา

2.     e เสียงนี้มีสามลักษณะคือ 

    เอะ (kurzes offenes E-เสียงเปิดสั้น)

    เอ (langes geschlossenes E-เสียงปิดยาว) 

เมื่อไรจะออกเสียง สั้นหรือเสียงยาวให้สังเกตดังต่อไปนี้ เช่น

2.1 e-เสียงเปิดสั้น ให้สังเกตการเขียนคำ ดังนี้

   - คำที่เขียนด้วย e เเล้วมีตัวสะกดเป็นอักษรเดี่ยวหรืออักษรคู่ เช่น stellen (สเท็ลเล็น),es (เอ็ส),wenn (เว็นน์)

    -คำที่เขียนด้วย ä  เเล้วมีตัวอักษร f เป็นตัวสะกด เช่น kräftig (เคร็ฟทิก)

2.2 e- เสียงเปิดยาว ให้สังเกตการเขียนคำ ดังนี้

    คำที่เขียนด้วย ä เเล้วมีตัวอักษร t เป็นตัวสะกดเช่น spät(สเพท)

    คำที่เขียนด้วย äh เช่น  zählen (เซเล็น)

2.3 e-เสียงเปิดยาว ให้สังเกตการเขียนคำ ดังนี้

    คำที่เขียนด้วยe เเล้วมี  g เป็นตัวสะกด เช่น Weg(เวก)

    คำที่เขียนด้วย ee เช่น Tee (เท),See (เซ)

    คำที่เขียนด้วย eh เช่น sehen (เซเฮ็น)

เทคนิคการออกเสียง e

กระดกปลายลิ้นเล็กน้อย เปิดขากรรไกร (ไม่กว้างเหมือนเสียง a) เเละสำหรับเสียง e- เสียงเปิดยาวให้เปิดขากรรไกรให้กว้างขึ้นอีกเล็กน้อย

3.    i เสียงนี้มีสองลักษณะคือ

    อิ(Kurzes i- เสียงสั้น) หรือ อี( Langes i-เสียงยาว)

เมื่อไหร่จะออกเสียง สั้นหรือเสียงยาวให้สังเกตดังต่อไปนี้ เช่น

3.1 i ออกเสียงยาว ให้เสังเกตการเขียนคำ ดังนี้

    คำที่เขียนด้วย i ไม่มีตัวสะกด เช่น Kino (คีโน)

    คำที่เชียนด้วย ie เช่น Sieben

    คำที่เขียนด้วย Ih เช่น Ihnen (อีเน็น)

    คำที่เขียนด้วย ichเช่น Beziehung (เบซีฮุ่ง)

3.2 i ออกเสียงสั้น ให้สังเกดการเขียน ดังนี้

    หลัง i มีตัวสะกด เช่น Bitte (บิทเท) in (อิน)  bis (บิส)

4.  O เสียงนี้มีสองลักษณะคือ

    โอะ (Kurzes O-เสียงสั้น ) หรือ โอ (Langes O-เสียงยาว)

เมื่อไหร่จะออกเสียงสั้น หรือเสียงยาว ให้สังเกตดังต่อไปนี้ เช่น

4.1 O (Langes O-เสียงยาว)

    คำที่เขียนด้วย O ไม่มีตัวสะกด เช่น Kino (คีโน)

    คำที่เขียนด้วย oh เช่น wohen (โวเน็น)

    คำที่เขียนด้วย oo เช่น Boot (โบท)

 4.2 (Kurzes O-เสียงสั้น ) ออกเสียงสั้น ให้สังเกตการเขียนดังนี้

    หลัง o มีตัวสะกดเดี่ยวหรือคู่ เช่น ob(อ๊บ) ,Otto (อ๊ทโท)

5. i เสียงนี้มีสองลักษณะคือ

5.1 u (Langes u-อู เสียงยาว)

    ไม่มีตัวสะกดหรือมีตัวสะกดเป็น ch เช่น Buch (บูค)

    คำที่เขียนด้วย uh เช่น Stuhl (สทูห์ล)

5.2 u (Kurzes u-อุ เสียงสั้น ) ออกเสียงสั้นให้สังเกตการเขียนดังนี้

    หลัง o มีตัวสะกดเดี่ยว หรือคู่ เช่น Suppe (ซุพเพ)





    



วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ตัวอักษรเเละสระ เเละการออกเสียงในภาษาเยอรมัน




มาเรียนภาษาเยอรมันกันค่ะ เเต่ละบทเรียนของเราจะเริ่มจากเรื่องพื้นฐาน ก่อนค่อยปูไปเเกรมม่าตัวที่ยากขึ้น เคยเป็นคนที่เรียนภาษา หัวไม่ไปเเม้ใจรัก ดังนั้นจะเข้าใจอย่างสุดซึ้งว่า บางครั้ง ปฏิหารย์ก็ไม่มีจริง ที่พรสวรรค์ในตัวเราจะออกมาเพ่นพ่าน ให้โลกได้ตะลึง ดังนั้นการเรียนที่เริ่มจากศูนย์ เเละสำหรับคนที่พึ่งมาเรียนตอนอายุไม่น้อย นับว่ายากทีเดียว จนจับเทคนิคได้ว่า ถึงใครๆบอกเเกรมม่าไม่สำคัญ เเต่สำหรับภาษาเยอรมัน นั้นสำคัญมากกก เพราะเราจะสามารถเรียงประโยคได้สวย เเละเข้าใจก็ด้วยการจับเเกรมม่าในประโยคนั้นได้ สำหรับคนของเขาเองเเน่นอนว่าไม่สำคัญ เพราะเขาอัตโนมัติที่จะพูด ก่อน ฟัง อ่าน เขียน ได้  เเต่หากมีใจรัก ทุกอย่างย่อมไม่ยากค่ะ ผู้เขียนเอาตัวอย่างบทความของคนเยอรมันคนหนึ่งที่เขียนเวปไซด์ สอนภาษาเยอรมันให้เเฟนสาว มาเเปลเป็นภาษาไทย เนื่องจากตัวบทความ อีกทั้งตัวอย่าง เขาเขียนไว้ดีมาก ง่ายเเต่ชัดเจน ผู้เขียนเคยอ่านใช้ประกอบการสอบมาเเล้ว ได้ผลจริงๆ มาติดตามเเละเรียนไปพร้อมกันเลยค่ะ

ตัวอักษรในภาษาเยอรมันเเยกออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
  • พยัญชนะ  Konsonaten = Mitlaute (consonants) 
  • สระ Vokale = Selbstlaute (vowels)
  • อูมเล่า เป็นการออกเสียงเฉพาะ (umlaute)

พยัญชนะKonsonanten
b, c, d, f, g, h, j, k, l, m, n, p, q, r, s, t, v, w, x, y, z, ß
สระVokale
a, e, i, o, u
อูมเล่าUmlaute
ä, ö, ü

    มาฝึกออกเสีียงกัน ทำตามช้าๆซ้ำๆจกกว่าจะคล่องน่ะค่ะ

เวลาเขียน ตัวอูมเล่า โดยคีย์บอร์ดที่ไม่มีภาษาเยอรมัน เราอาจไม่จำเป็นต้องเขียนตัวจุดกลมๆบนตัวอักษรก็ได้ จะใช้วิธีเติมตัวอี เข้าไปหลังพยัญชนะนั้น ซึ่งการออกเสียงก็จะไม่เหมือนการออกเสียงเฉพาะตัวพยัญชนะเดี่ยวๆ

    • ä = ae
    • Ä = Ae
    • ö = oe
    • Ö = Oe
    • u = ue
    • Ü = Ue
    • ß = ss
   หรือใช้เครื่องหมายเหล่านี้จากเเป้นพิมพ์ก็ได้ค่ะ

ä
ALT + 0228
Ä
ALT + 0196
ö
ALT + 0246
Ö
ALT + 0214
ü
ALT + 0252
Ü
ALT + 0220
ß
ALT + 0223

    เห็นไหมค่ะ เริ่มต้นง่ายนิดเดียว  เดี๋ยวไปต่อบทต่อไปกันเลยน่ะค่ะ